Wednesday, July 6, 2022
Home Uncategorized กระทรวงศึกษาธิการร่วมมือกับประชาคมโลกจัดการศึกษาอย่าง ...

กระทรวงศึกษาธิการร่วมมือกับประชาคมโลกจัดการศึกษาอย่าง เท่าเทียม ครอบคลุมและเสมอภาค

(2 มิถุนายน 2563) นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ให้การต้อนรับและหารือกับ Mr Thomas Davin ผู้แทนองค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย และ Mr Shigeru Aoyagi ผู้อำนวยการองค์การยูเนสโก กรุงเทพฯ โดยมีนางสาวดุริยา อมตวิวัฒน์ รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมด้วยผู้อำนวยการสำนักความสัมพันธ์ต่างประเทศ สป. และคณะเจ้าหน้าที่ เข้าร่วมการหารือ ณ ห้องประชุมวชิราวุธ ชั้น 2 อาคารราชวัลลภ กระทรวงศึกษาธิการ

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวถึงการจัดการศึกษาในภาวะการระบาดของไวรัสโควิด-19 ว่า ประเทศไทยได้นำ นวัตกรรมใหม่ ๆ มาประยุกต์ใช้ในการจัดการศึกษา อาทิ การจัดการเรียนทางไกล การใช้อินเทอร์เน็ตเป็นสื่อกลางในการเรียนรู้ การพัฒนาครู การสร้างช่องทางการนำเสนอสื่อออนไลน์สำหรับครู รวมไปถึงการวางมาตรการรักษาอนามัย และการเตรียมโรงเรียนให้พร้อมรับการเปิดเรียน

อย่างไรก็ตาม กระทรวงศึกษาธิการตระหนักดีว่า “โรคโควิด-19” เป็นเรื่องใหม่ที่ส่งผลกระทบต่อโลกในทุกมิติ และเข้าใจถึงข้อจำกัดของการกำหนดนโยบายให้สนองตอบต่อความต้องการของประชาชนทั่วไปในระยะเวลาอันสั้น แต่ยังคงยืนยันอย่างมุ่งมั่นที่จะทำงานอย่างเต็มที่ และน้อมรับฟังข้อคิดเห็นจากทุกฝ่าย เพื่อพัฒนาให้ทุกคนได้รับโอกาสทางการศึกษาที่มีคุณภาพอย่างต่อเนื่อง

ในโอกาสนี้ ยูนิเซฟ ประเทศไทย และยูเนสโก กรุงเทพฯ กล่าวชื่นชมบทบาทนำของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ในการรับมือกับภาวการณ์ระบาดของไวรัสโควิด-19 และพร้อมที่จะให้การสนับสนุนกระทรวงศึกษาธิการไทยในทุกด้าน

โดยยูนิเซฟ เสนอความร่วมมือในการการพัฒนาเนื้อหาสำหรับการเรียนการสอนแบบทางไกล โดยเฉพาะในเรื่องการออกเสียงภาษาอังกฤษ (Phonics) การลดความเหลื่อมล้ำทางเทคโนโลยีสารสนเทศ (Digital Divide) และการพัฒนายุทธศาสตร์การสื่อสารในภาวะวิกฤติ

สำหรับยูเนสโก ให้การสนับสนุนในเรื่องของการสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางการศึกษา โดยมุ่งเน้นการขจัดความเหลื่อมล้ำต่อผู้หญิงและผู้ด้อยโอกาส การพัฒนาครูเพื่อให้สามารถใช้เทคโนโลยีเพื่อจัดการเรียนการสอนและการฝึกอบรม ตลอดจนการจัดทำงานวิจัยต่าง ๆ ที่จะเป็นประโยชน์ต่อการกำหนดนโยบายในอนาคต

ท้ายที่สุด รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ขอบคุณทั้งสองหน่วยงานที่ให้การสนับสนุนการดำเนินงานของประเทศไทยมาโดยตลอด และเน้นย้ำถึงอนาคตที่ต้องการให้มีความร่วมมือเพื่อพัฒนาการอาชีวศึกษา และการศึกษานอกระบบ โดยเฉพาะทักษะด้านภาษาและทักษะที่จำเป็นต่อการพัฒนาประเทศเพื่อนำพาประเทศไทยให้กลับมาเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวและการลงทุนภายหลังผ่านพ้นวิกฤตในครั้งนี้

ทั้งนี้ ได้มอบหมายให้สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ประสานการดำเนินงานกับยูนิเซฟ ประเทศไทย และยูเนสโก กรุงเทพฯ อย่างใกล้ชิด เพื่อพัฒนาการศึกษาไทยที่มีคุณภาพอย่างทั่วถึง ครอบคลุม และเสมอภาค ที่ตอบสนองการพัฒนาที่ยั่งยืนของประเทศต่อไป

- Advertisment -

ข่าวน่าสนใจ

อัพเดตสถานการณ์โควิด19 ทั่วโลก ดับกว่า 8.4 แสนคน ติดเชื้อพุ่ง 24.5 ล้านราย

เว็บไชต์ Worldometers รายงานสถานการณ์ไวรัสโควิด-19 ประจำวันที่ 28 ส.ค. 63 (เวลา 06.00 น. ตามเวลาประเทศไทย) จำนวน 215 ประเทศทั่วโลก พบมีผู้ป่วยติดเชื้อ 24,584,850 ราย เพิ่มขึ้น 242,293 รายเสียชีวิต 834,441 ราย...

กรมบัญชีกลาง เพิ่มหลักเกณฑ์-วิธีปฏิบัติขอกันเงินงบฯปี 63 ไว้เบิกเหลื่อมปี มุ่งกระตุ้นเศรษฐกิจหลังโควิด-19

นายภูมิศักดิ์ อรัญญาเกษมสุข อธิบดีกรมบัญชีกลาง เปิดเผยว่า กรมบัญชีกลางได้รับมอบหมายจากกระทรวงการคลังให้ออกหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติในการขอกันเงินงบประมาณปี พ.ศ.2563 ไว้เบิกเหลื่อมปี ตามหนังสือกระทรวงการคลัง ด่วนที่สุด ที่ กค 0402.5/ว 135 ลงวันที่ 14 สิงหาคม 2563 แต่เนื่องจากผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 และพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2563 มีผลใช้บังคับล่าช้า...

ผู้บริหารทั่วโลก 75% พูดตรงกัน “ไบเดน” จะชนะเลือกตั้งปธน.สหรัฐปีนี้

ผลสำรวจไตรมาสล่าสุดบ่งชี้ว่า 75% ของผู้บริหารบริษัทภาครัฐและเอกชนขนาดใหญ่ทั่วโลกซึ่งเป็นสมาชิกของ CNBC Global CFO Council ต่างระบุเป็นเสียงเดียวกันว่า นายโจ ไบเดน ตัวแทนพรรคเดโมแครต จะชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐในเดือนพ.ย.นี้ ทั้งนี้ CNBC Global CFO Council ประกอบด้วยบริษัทสมาชิกภาครัฐและเอกชนที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของโลกซึ่งบริหารสินทรัพย์ที่มีมูลค่าตลาดมากกว่า 5...

สื่อนอกเผยจีนอัพเดทระเบียบส่งออกเทคโนโลยี คาดกระทบดีลขายกิจการ TikTok ในสหรัฐ

สำนักข่าวต่างประเทศหลายแห่งรายงานโดยอ้างข้อมูลจากหนังสือพิมพ์เดอะวอลล์สตรีทเจอร์นัลและเดอะนิวยอร์กไทมส์ว่า จีนได้มีการปรับปรุงระเบียบควบคุมการส่งออกเทคโนโลยีซึ่งอาจมีแอปพลิเคชันวิดีโอสั้นยอดนิยมของจีนอย่างติ๊กต็อก (TikTok) รวมอยู่ด้วย รายงานข่าวดังกล่าวมีขึ้น หลังก่อนหน้านี้ สำนักข่าวซินหัวรายงานโดยอ้างความคิดเห็นของศาสตราจารย์ท่านหนึ่งว่า ไบต์แดนซ์ (ByteDance) ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของติ๊กต็อก อาจต้องขอให้รัฐบาลจีนยินยอมก่อนที่จะขายธุรกิจของติ๊กต็อกในสหรัฐ โดยบริษัทอาจต้องระงับการเจรจาขายธุรกิจไปก่อน การที่รัฐบาลจีนรวมติ๊กต็อกเข้าไปในระเบียบควบคุมการส่งออกนั้น คาดว่าจะทำให้รัฐบาลจีนแทรกแซงการขายกิจการของติ๊กต็อกในสหรัฐได้