Sunday, November 28, 2021
Home เศรษฐกิจ ช็อก! เลิกจ้าง พนง.องค์การค้า สกสค. เกือบพันคน อ้างต้องลดคน หนี้สะสม 6.7 พันล้าน!

ช็อก! เลิกจ้าง พนง.องค์การค้า สกสค. เกือบพันคน อ้างต้องลดคน หนี้สะสม 6.7 พันล้าน!

เมื่อวันที่ 30 มิ.ย. มีรายงานว่า ที่สำนักงานองค์การค้าคุรุสภา ลาดพร้าว ได้เกิดความโกลาหลในหมู่พนักงาน หลังทราบว่ามีการแจ้งเลิกจ้างพนักงานเกือบ 1,000 คน โดยไม่บอกกล่าวล่วงหน้า เมื่อพนักงานทราบ ถึงกับหลั่งน้ำตา บางรายถึงกับเป็นลม บางคนให้กำลังใจซึ่งกันและกัน  โดยพนักงานรายหนึ่งที่ถูกเลิกจ้าง กล่าวว่า รู้สึกตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และไม่คิดมาก่อนว่าจะต้องตกงาน นอกจากนี้ ตนและเพื่อนพนักงานประมาณ 700 คน ยังไม่ได้รับเงินเดือนของเดือน มิ.ย.แต่อย่างใด

ทั้งนี้ นายดิศกุล เกษมสวัสดิ์ เลขาธิการ กศน. ปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการองค์การค้าของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) ได้ลงนามคำสั่งขององค์การค้าของ สั่งเลิกจ้างพนักงานเจ้าหน้าที่องค์การค้าของ สกสค. โดยระบุเหตุผลว่า ประสบปัญหาขาดทุนมากว่า 15 ปี ดังนั้น จำเป็นต้องเลิกจ้างพนักงาน เจ้าหน้าที่ รวม 961 คน โดยให้ได้สิทธิประโยชน์ตามที่กฎหมายกำหนด มีผลตั้งแต่วันที่ 1 ส.ค.เป็นต้นไป

ขณะที่นายธนพร สมศรี รองเลขาธิการ สกสค. ในฐานะโฆษก สกสค. กล่าวว่า เมื่อเร็วๆ นี้ นายดิศกุล เกษมสวัสดิ์ ผู้ปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการองค์การค้าของ สกสค.ได้ลงนามในคำสั่งองค์การค้าของ สกสค. เรื่อง เลิกจ้างพนักงาน 961 ราย จากทั้งหมด 1,035 ราย โดยจะมีผลตั้งแต่วันที่ 1 ส.ค.เป็นต้นไป และว่า การที่คำสั่งเลิกจ้างจะมีผลตั้งแต่วันที่ 1 ส.ค. ถือเป็นการบอกกล่าวล่วงหน้าตามกฎหมาย โดยพนักงานที่ถูกเลิกจ้างจะได้รับเงินชดเชยตามที่กฎหมายแรงงานกำหนดทุกประการ ส่วนสาเหตุที่เลิกจ้าง เนื่องจากองค์การค้าฯ ไม่สามารถผูกขาดพิมพ์ตำราเรียนเพียงรายเดียวตามกฎหมายที่ออกมาในปี 2546 ทำให้องค์การค้าของ สกสค.ขาดทุนสะสมเพิ่มขึ้นทุกปี ขณะนี้เป็นหนี้สะสมกว่า 6,700 ล้านบาท ซึ่งเฉพาะค่าใช้จ่าย ในส่วนของเงินเดือนพนักงานมีจำนวน 40 ล้านบาทต่อเดือน ดังนั้นหากไม่ดำเนินการปรับลดพนักงาน อาจจะส่งผลให้องค์การค้าของ สกสค.ติดหนี้สะสมถึงหมื่นล้านบาทในเร็วๆนี้ หากเราไม่ดำเนินการตอนนี้เลือดก็จะไหลไม่หยุด ดังนั้นเราจึงต้องทำ เพราะเมื่อทำแล้ว แม้จะเจ็บแต่จบ ซึ่งคนที่กล้าตัดสินใจ คือนายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) และนายดิศกุล ที่พร้อมยอมรับแรงเสียดทานที่จะเกิดขึ้นตามมาในอนาคต

นายธนพร กล่าวด้วยว่า “สำหรับเงินที่จะนำมาจ่ายชดเชยให้แก่พนักงานองค์การค้าของ สกสค.นั้น สำนักงาน สกสค.จะให้ยืมมาจ่ายชดเชย ประมาณ 1,500 ล้านบาท ซึ่งหลังจากนี้องค์การค้าของ สกสค.จะมีการรวบรวมหนี้ทั้งหมด ทั้งหนี้ภาคเอกชนและหนี้จาก สกสค.ก่อนจะนำทรัพย์สินขององค์การค้าของ สกสค.ที่มีอยู่ ไม่ว่าจะเป็นที่ดิน สิ่งปลูกสร้าง และเครื่องจักร มาบริหารจัดการหนี้ โดยคาดว่าเมื่อนำมารวมชำระหนี้แล้ว องค์การค้าของ สกสค.อาจเหลือหนี้อยู่เพียง 1,000 ล้านบาท”

ขณะที่นายนิวัติชัย แจ้งไพร ประธานสหภาพแรงงานองค์การค้าของคุรุสภา กล่าวว่า พนักงานองค์การค้าของ สกสค. จำนวน 961 ราย ถูกเลิกจ้างไม่เป็นธรรม เนื่องจากวันที่ 22 พ.ค. ผอ.องค์การค้าฯ มีคำสั่งขยายเวลาให้เจ้าหน้าที่หยุดงานถึงวันที่ 30 มิ.ย. จากเหตุผลการระบาดของโรคโควิด-19 โดยไม่ถือเป็นวันลา ให้รับค่าจ้างในอัตรา 75% ของเงินเดือน แต่วันที่ 19 มิ.ย. กลับมีหนังสือคำสั่งอีกฉบับให้งดจ่ายเงินค่าจ้างในเดือน มิ.ย. โดยให้ไปรับเงินว่างงานจากสำนักงานประกันสังคม (สปส.) แทน ในอัตราร้อยละ 62 ตามสิทธิประโยชน์ทดแทนว่างงาน จากเหตุสุดวิสัยอันเกิดจากโรคระบาดของโรคติดต่ออันตราย นอกจากนี้วันที่ 25 มิ.ย. ยังมีประกาศให้พนักงานเจ้าหน้าที่หยุดงานตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค. เป็นต้นไป โดยไม่ถือเป็นวันลา และให้ใช้สิทธิประโยชน์ทดแทนกรณีว่างงาน อัตราร้อยละ 62 ของค่าจ้างรายวัน ให้ได้รับตลอดระยะเวลาที่นายจ้างหยุดประกอบกิจการ แต่ไม่เกิน 90 วัน จนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง และถึงมามีคำสั่งเลิกจ้างดังกล่าวโดยมีผลตั้งแต่วันที่ 1 ส.ค. 2563

นายนิวัติชัย กล่าวอีกว่า “ผมมองว่า องค์การค้าฯ มีหนี้สินสะสมจริง แต่ไม่ถึงกับล้มละลายหรืออยู่ไม่ได้ ขอตั้งคำถามว่า การกระทำเช่นนี้ถูกกฎหมายตาม พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน กำหนดหรือไม่ การเลิกจ้างเช่นนี้มีธรรมาภิบาลและเป็นธรรมกับพนักงานหรือไม่ …ผลกระทบที่ได้รับคือ หนังสือที่จะพิมพ์ในปีถัดไปจะดำเนินการอย่างไร นักเรียน ผู้ปกครองก็กังวลว่าเมื่อองค์การค้าฯ เลิกจ้างพนักงานไป การจัดพิมพ์ คุณภาพหนังสือ และราคาขายจะได้ราคาที่เป็นธรรมและเป็นกลางเพื่อช่วยเหลือผู้ปกครองหรือไม่ และพนักงานเจ้าหน้าที่ที่ถูกเลิกจ้างได้รับความเดือดร้อนแน่นอน บางคนมีภาระต้องหาเลี้ยงครอบครัว เมื่อถูกเลิกจ้างในภาวะเศรษฐกิจเช่นนี้ พนักงานจะทำอย่างไร”

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 2 ก.ค. กลุ่มสหภาพแรงงานองค์การค้าของ สกสค. กว่า 300 คน ได้นัดชุมนุมใหญ่ ที่วัดสามัคคีธรรม เขตลาดพร้าว กทม. เรียกร้องให้ผู้บริหารกระทรวงศึกษาธิการ และคณะกรรมการองค์การค้าฯ ทบทวนมติและยกเลิกคำสั่งองค์การค้าที่ให้เลิกจ้างพนักงาน เจ้าหน้าที่ไว้ก่อน โดยให้เหตุผลหลายอย่าง เช่น หนี้สินและความเสียหายที่เกิดขึ้นทั้งหมดมาจากความผิดพลาดในการบริหารจัดการของผู้บริหารทั้งสิ้น การที่คณะกรรมการองค์การค้าฯ มีมติเลิกจ้างพนักงาน จึงเป็นการรกระทำที่ไม่เป็นธรรมส่งผลกระทบกับการดำรงชีพ นอกจากนี้ปัญหาการขาดทุนขององค์การค้าฯ เนื่องจากมีการนำงานไปจ้างบริษัทเอกชนภายนอกมาพิมพ์หนังสือ จึงเป็นการเปิดช่องให้มีการทุจริต ซึ่งมีการร้องเรียนมาที่สหภาพแรงงานฯ และเรื่องถูกส่งไปกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) และ ป.ป.ช. โดยการสอบสวนบางคดีมีการชี้มูลความผิดแล้ว แต่ผู้มีหน้าที่รับผิดชอบไม่ดำเนินการเอาผิดให้ถึงที่สุด ฯลฯ

- Advertisment -

ข่าวน่าสนใจ

อัพเดตสถานการณ์โควิด19 ทั่วโลก ดับกว่า 8.4 แสนคน ติดเชื้อพุ่ง 24.5 ล้านราย

เว็บไชต์ Worldometers รายงานสถานการณ์ไวรัสโควิด-19 ประจำวันที่ 28 ส.ค. 63 (เวลา 06.00 น. ตามเวลาประเทศไทย) จำนวน 215 ประเทศทั่วโลก พบมีผู้ป่วยติดเชื้อ 24,584,850 ราย เพิ่มขึ้น 242,293 รายเสียชีวิต 834,441 ราย...

กรมบัญชีกลาง เพิ่มหลักเกณฑ์-วิธีปฏิบัติขอกันเงินงบฯปี 63 ไว้เบิกเหลื่อมปี มุ่งกระตุ้นเศรษฐกิจหลังโควิด-19

นายภูมิศักดิ์ อรัญญาเกษมสุข อธิบดีกรมบัญชีกลาง เปิดเผยว่า กรมบัญชีกลางได้รับมอบหมายจากกระทรวงการคลังให้ออกหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติในการขอกันเงินงบประมาณปี พ.ศ.2563 ไว้เบิกเหลื่อมปี ตามหนังสือกระทรวงการคลัง ด่วนที่สุด ที่ กค 0402.5/ว 135 ลงวันที่ 14 สิงหาคม 2563 แต่เนื่องจากผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 และพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2563 มีผลใช้บังคับล่าช้า...

ผู้บริหารทั่วโลก 75% พูดตรงกัน “ไบเดน” จะชนะเลือกตั้งปธน.สหรัฐปีนี้

ผลสำรวจไตรมาสล่าสุดบ่งชี้ว่า 75% ของผู้บริหารบริษัทภาครัฐและเอกชนขนาดใหญ่ทั่วโลกซึ่งเป็นสมาชิกของ CNBC Global CFO Council ต่างระบุเป็นเสียงเดียวกันว่า นายโจ ไบเดน ตัวแทนพรรคเดโมแครต จะชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐในเดือนพ.ย.นี้ ทั้งนี้ CNBC Global CFO Council ประกอบด้วยบริษัทสมาชิกภาครัฐและเอกชนที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของโลกซึ่งบริหารสินทรัพย์ที่มีมูลค่าตลาดมากกว่า 5...

สื่อนอกเผยจีนอัพเดทระเบียบส่งออกเทคโนโลยี คาดกระทบดีลขายกิจการ TikTok ในสหรัฐ

สำนักข่าวต่างประเทศหลายแห่งรายงานโดยอ้างข้อมูลจากหนังสือพิมพ์เดอะวอลล์สตรีทเจอร์นัลและเดอะนิวยอร์กไทมส์ว่า จีนได้มีการปรับปรุงระเบียบควบคุมการส่งออกเทคโนโลยีซึ่งอาจมีแอปพลิเคชันวิดีโอสั้นยอดนิยมของจีนอย่างติ๊กต็อก (TikTok) รวมอยู่ด้วย รายงานข่าวดังกล่าวมีขึ้น หลังก่อนหน้านี้ สำนักข่าวซินหัวรายงานโดยอ้างความคิดเห็นของศาสตราจารย์ท่านหนึ่งว่า ไบต์แดนซ์ (ByteDance) ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของติ๊กต็อก อาจต้องขอให้รัฐบาลจีนยินยอมก่อนที่จะขายธุรกิจของติ๊กต็อกในสหรัฐ โดยบริษัทอาจต้องระงับการเจรจาขายธุรกิจไปก่อน การที่รัฐบาลจีนรวมติ๊กต็อกเข้าไปในระเบียบควบคุมการส่งออกนั้น คาดว่าจะทำให้รัฐบาลจีนแทรกแซงการขายกิจการของติ๊กต็อกในสหรัฐได้