Wednesday, July 6, 2022
Home อื่นๆ ผวา “โควิด-19” นักโทษก่อเหตุเผาเรือนจำบุรีรัมย์-แหกคุก ...

ผวา “โควิด-19” นักโทษก่อเหตุเผาเรือนจำบุรีรัมย์-แหกคุก ด้าน “สมศักดิ์” ชี้ มีหัวโจกปลุกปั่น!

เมื่อวันที่ 29 มี.ค. เวลา 11.30 น. ตำรวจ สภ.เมือง จ.บุรีรัมย์ ได้รับแจ้งมีผู้ต้องขังในเรือนจำบุรีรัมย์ชุมนุมประท้วง และเตรียมการก่อจลาจล หลังตำรวจชุดแรกไปตรวจสอบ พบผู้ต้องขังทุบกระจกด้านหน้าทางเข้า เพื่อจะออกมาข้างนอก ตำรวจต้องเรียกกำลังเสริม จากนั้นผู้ต้องขังบางส่วนได้ปีนรั้วออกไปด้านหลังเรือนจำหนีไปได้จำนวนหนึ่ง โดยตำรวจได้ยิงปืนขู่เป็นระยะ แต่ผู้ต้องขังไม่สนใจ และยังมีการทุบทำลายข้าวของ และพยายามหนีออกจากเรือนจำ ต่อมา ผู้ต้องขังได้จุดไฟเผาโรงอาหารภายในเรือนจำ เจ้าหน้าที่ต้องประสานรถดับเพลิงจากหลายท้องที่มาช่วยดับเพลิง พร้อมทั้งมีการปิดทางเข้าออกรอบเรือนจำ และเร่งติดติดตามนักโทษที่หลบหนีไปกลับมา

ต่อมา ช่วงบ่ายวันเดียวกัน เจ้าหน้าที่สามารถติดตามจับกุมตัวผู้ต้องขังที่หลบหนีออกจากเรือนจำได้แล้วประมาณ 10 คน

ด้าน พล.ต.ต.อัคราเดช พิมลศรี รอง ผบช.ภ.3 เผยสาเหตุที่ผู้ต้องขังก่อเหตุและหลบหนีจากเรือนจำบุรีรัมย์ว่า เกิดจากความกดดันของนักโทษ ประกอบกับมีคนปล่อยข่าวลือว่า มีนักโทษติดเชื้อโควิด-19 ทำให้นักโทษพยายามแหกคุกเพื่อเอาชีวิตรอด เบื้องต้นควบคุมสถานการณ์ได้แล้ว มีนักโทษหลบหนี 4-5 คน กำลังติดตามตัว

ขณะที่ พ.ต.อ.ณรัชต์ เศวตนันทน์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ กล่าวว่า ได้รับรายงานว่า นักโทษในเรือนจำประมาณ 100 ราย ได้รวมตัวกันประท้วง เนื่องจากวิตกกังวลเกี่ยวกับการติดเชื้อโควิด รวมถึงมีภาวะเครียด เจ้าหน้าที่ได้เข้าควบคุมสถานการณ์ มีผู้ต้องหาบาดเจ็บ 5 ราย และว่า ตนได้เดินทางด้วยเฮลิคอปเตอร์ เพื่อไปควบคุมเหตุการณ์ด้วยตนเอง

วันต่อมา 30 มี.ค. พ.ต.ท.ประวุธ วงศ์ศรีนิล รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ เผยว่า เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์และตำรวจควบคุมสถานการณืได้ตั้งแต่ช่วงค่ำวันที่ 29 มี.ค. จากการตรวจสอบเรือนจำ พบความเสียหายจากการถูกทุบทำลายและไฟเผาทั้งหมด ยกเว้นพื้นที่ของโรงพยาบาล เรือนจำจึงจำเป็นต้องย้ายผู้ต้องขัง 2,106 ราย ไปฝากไว้ที่เรือนจำใกล้เคียงในภาคอีสาน 18 แห่ง ส่วนผู้ต้องขังหลบหนีไป 11 ราย ติดตามกลับมาได้ 10 ราย ส่วนใหญ่ผู้ต้องขังทุบกำแพงห้องเยี่ยมญาติหลบหนีไป แต่ถูกเจ้าหน้าที่จับกุมได้ที่หน้าเรือนจำ เหลือนักโทษอีก 1 รายที่ยังหลบหนี

วันเดียวกัน (30 มี.ค.) นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เผยว่า นักโทษที่หลบหนีไปได้ 1 คือ น.ช.ธัณยพงศ์ สินพูน อายุ 26 ปี ชาวบุรีรัมย์ นายสมศักดิ์ กล่าวด้วยว่า “ต้องยอมรับว่า เหตุการณ์นี้รุนแรง และไม่เคยเกิดขึ้น ความเสียหายที่เรือนจำจังหวัดบุรีรัมย์แทบจะ 100% เวลานี้เร่งประเมินค่าความเสียหาย และผมได้สั่งให้ตั้งกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงทั้งหมดแล้วว่า ใครเป็นคนปลุกปั่น และสาเหตุทั้งหมดอย่างละเอียดเป็นมาอย่างไร แต่ต้องใช้เวลาสอบสวน เพราะผู้ต้องขังเวลานี้กระจายไปกว่า 10 เรือนจำ”

นายสมศักดิ์ ยืนยันว่า ทางเรือนจำมีมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 อย่างดีมาตลอด โดยใช้วิธีคนในห้ามออก คนนอกห้ามเข้า มีการทำห้องกักโรคเพิ่มการคัดกรองผู้ต้องขังเข้มงวด ซึ่งจนถึงเวลานี้ เรือนจำทั่วประเทศ พบผู้ต้องขังติดเชื้อเพียง 1 ราย ซึ่งรักษาที่โรงพยาบาลแล้ว จนถึงตอนนี้ไม่มีผู้ต้องขังติดโควิด-19 เพิ่ม “ขอให้ทุกฝ่ายอย่าวิตกกังวล เพราะเหตุการณ์ที่เรือนจำบุรีรัมย์เป็นเพียงการกล่าวอ้างเพื่อปลุกปั่น ต้องการจะแหกคุก ซึ่งการจะยกเหตุผลไม่ให้เยี่ยมญาติ ผมเห็นว่าคงไม่ใช่ประเด็น และขอย้ำว่า ทุกมาตรการที่กรมราชทัณฑ์ออกมา ไม่ได้เป็นการลิดรอนสิทธิของผู้ต้องขัง อยากให้ทุกคนทำความเข้าใจ”

วันต่อมา 31 มี.ค. ตำรวจสามารถจับกุม น.ช.ธัณยพงศ์ สินพูน ที่หลบหนีออกจากเรือนจำบุรีรัมย์ได้แล้ว โดยจับกุมได้ที่บริเวณข้างทางริมถนนสายบุรีรัมย์-พุทไธสง ช่วงบ้านผักกาดหญ้า ต.พรสำราญ อ.คูเมือง จ.บุรีรัมย์ ในสภาพอิดโรย ก่อนคุมตัวไปสอบสวน

ด้านนายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เผยว่า จากการสอบสวนหัวโจก คือ น.ช.ทีระชัย ชัยยะบัญชร ผู้ต้องขังคดียาเสพติด ซึ่งมีโทษจำคุกตลอดชีวิต เคยติดคุกที่เรือนจำภาคเหนือ ก่อนย้ายมาเรือนจำบุรีรัมย์ จนได้รับการปล่อยตัวแล้ว เมื่อออกไป ไม่สำนึก ยังทำความผิดซ้ำซาก จนกลับมาติดคุกอีกครั้งที่เรือนจำบุรีรัมย์ และศาลได้พิพากษาจำคุกตลอดชีวิต ผู้ต้องขังถือเป็นคนสมองดี จึงคิดแผนปลุกปั่นให้ผู้ต้องขังกลัวโควิด-19 จนเกิดเหตุการณ์เผาเรือนจำขึ้นมา นอกจากนี้ยังพบว่า มีการเยี่ยมญาติถี่ และพบว่า มีคนมีสีมาเยี่ยมด้วย

- Advertisment -

ข่าวน่าสนใจ

อัพเดตสถานการณ์โควิด19 ทั่วโลก ดับกว่า 8.4 แสนคน ติดเชื้อพุ่ง 24.5 ล้านราย

เว็บไชต์ Worldometers รายงานสถานการณ์ไวรัสโควิด-19 ประจำวันที่ 28 ส.ค. 63 (เวลา 06.00 น. ตามเวลาประเทศไทย) จำนวน 215 ประเทศทั่วโลก พบมีผู้ป่วยติดเชื้อ 24,584,850 ราย เพิ่มขึ้น 242,293 รายเสียชีวิต 834,441 ราย...

กรมบัญชีกลาง เพิ่มหลักเกณฑ์-วิธีปฏิบัติขอกันเงินงบฯปี 63 ไว้เบิกเหลื่อมปี มุ่งกระตุ้นเศรษฐกิจหลังโควิด-19

นายภูมิศักดิ์ อรัญญาเกษมสุข อธิบดีกรมบัญชีกลาง เปิดเผยว่า กรมบัญชีกลางได้รับมอบหมายจากกระทรวงการคลังให้ออกหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติในการขอกันเงินงบประมาณปี พ.ศ.2563 ไว้เบิกเหลื่อมปี ตามหนังสือกระทรวงการคลัง ด่วนที่สุด ที่ กค 0402.5/ว 135 ลงวันที่ 14 สิงหาคม 2563 แต่เนื่องจากผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 และพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2563 มีผลใช้บังคับล่าช้า...

ผู้บริหารทั่วโลก 75% พูดตรงกัน “ไบเดน” จะชนะเลือกตั้งปธน.สหรัฐปีนี้

ผลสำรวจไตรมาสล่าสุดบ่งชี้ว่า 75% ของผู้บริหารบริษัทภาครัฐและเอกชนขนาดใหญ่ทั่วโลกซึ่งเป็นสมาชิกของ CNBC Global CFO Council ต่างระบุเป็นเสียงเดียวกันว่า นายโจ ไบเดน ตัวแทนพรรคเดโมแครต จะชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐในเดือนพ.ย.นี้ ทั้งนี้ CNBC Global CFO Council ประกอบด้วยบริษัทสมาชิกภาครัฐและเอกชนที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของโลกซึ่งบริหารสินทรัพย์ที่มีมูลค่าตลาดมากกว่า 5...

สื่อนอกเผยจีนอัพเดทระเบียบส่งออกเทคโนโลยี คาดกระทบดีลขายกิจการ TikTok ในสหรัฐ

สำนักข่าวต่างประเทศหลายแห่งรายงานโดยอ้างข้อมูลจากหนังสือพิมพ์เดอะวอลล์สตรีทเจอร์นัลและเดอะนิวยอร์กไทมส์ว่า จีนได้มีการปรับปรุงระเบียบควบคุมการส่งออกเทคโนโลยีซึ่งอาจมีแอปพลิเคชันวิดีโอสั้นยอดนิยมของจีนอย่างติ๊กต็อก (TikTok) รวมอยู่ด้วย รายงานข่าวดังกล่าวมีขึ้น หลังก่อนหน้านี้ สำนักข่าวซินหัวรายงานโดยอ้างความคิดเห็นของศาสตราจารย์ท่านหนึ่งว่า ไบต์แดนซ์ (ByteDance) ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของติ๊กต็อก อาจต้องขอให้รัฐบาลจีนยินยอมก่อนที่จะขายธุรกิจของติ๊กต็อกในสหรัฐ โดยบริษัทอาจต้องระงับการเจรจาขายธุรกิจไปก่อน การที่รัฐบาลจีนรวมติ๊กต็อกเข้าไปในระเบียบควบคุมการส่งออกนั้น คาดว่าจะทำให้รัฐบาลจีนแทรกแซงการขายกิจการของติ๊กต็อกในสหรัฐได้