Tuesday, October 26, 2021
Home เศรษฐกิจ สรุปประเด็นสำคัญจาก LIVE สด Capturing Opportunity on the Rise of Asia – คว้าโอกาสการลงทุนจากการเติบโตของเอเชีย

สรุปประเด็นสำคัญจาก LIVE สด Capturing Opportunity on the Rise of Asia – คว้าโอกาสการลงทุนจากการเติบโตของเอเชีย

เนื่องจากจำนวนประชากรในเอเชียมีมากถึงเกือบ 60% ของประชากรทั่วโลก และมีสัดส่วนชนชั้นกลางที่เพิ่มขึ้น ทำให้คนเอเชียเป็นผู้บริโภคสินค้าและบริการรายใหญ่ของโลก ส่งผลให้เอเชียมีความสำคัญต่อเศรษฐกิจโลกมากขึ้นเรื่อยๆ โดยในปัจจุบันขนาดเศรษฐกิจของเอเชียมีมากถึง 30% ของ GDP โลก อย่างไรก็ตามหุ้นเอเชียยังมีสัดส่วนเพียง 13% ในดัชนีหุ้นโลก (MSCI All-Country World Index) ดังนั้นมีโอกาสสูงที่หุ้นเอเชียจะมีบทบาทในตลาดหุ้นโลกมากขึ้น

นางสาว พีรกานต์ ศรีสุข, CFA ผู้จัดการกองทุน บริษัท หลักทรัพย์จัดการกองทุนกสิกรไทย จำกัด กล่าวว่า หัวใจสำคัญของการลงทุนในหุ้นเอเชีย คือ การเลือกลงทุนผ่านกองทุนหุ้นเอเชียที่มีความโดดเด่นทั้งในแง่ผลตอบแทนและความเสี่ยง โดยทางบลจ.กสิกรไทย ได้กระจายการลงทุนในกองทุนหุ้นเอเชีย 2 กองทุน ได้แก่ Morgan Stanley Asia Opportunity ในสัดส่วน 75% และ Lombard Asia High Conviction ในสัดส่วน 25% ซึ่งทั้งสองกองทุนมีนโยบายเลือกหุ้นแบบ Bottom-up โดยเลือกหุ้นที่มีคุณภาพและมีศักยภาพในการเติบโตสูง

นอกจากนี้ กองทุน K-ASIACV ยังเป็นกองทุนหุ้นเอเชียเดียวในไทยที่มีกลไกควบคุมความเสี่ยง โดยผู้จัดการกองทุนมีกลไกการปรับพอร์ตอัตโนมัติอย่างน้อยทุกสัปดาห์ ทำให้นักลงทุนไม่จำเป็นต้องจับจังหวะซื้อขาย โดยผู้จัดการกองทุนจะเพิ่มสัดส่วนการถือครองเงินสดเมื่อตลาดมีความผันผวนมากขึ้น และมีกลไกในการกลับเข้าลงทุนอย่างรวดเร็วเมื่อตลาดส่งสัญญาณฟื้นตัว ทำให้ลดความเสี่ยงขาลงและไม่พลาดโอกาสสร้างผลตอบแทนขาขึ้น

มร.ชิไค เฉิน, CFA Head of Asia Ex-Japan Equity and a Senior Portfolio Manager for Asia, Lombard Odier ได้ระบุถึงการจัดสรรเงินลงทุนด้วยการให้ความสำคัญกับการวิเคราะห์จากปัจจัยพื้นฐานของแต่ละบริษัท (Bottom-up) ไม่จัดสรรเงินลงทุนตามประเทศหรืออุตสาหกรรม เห็นได้จากผลงานย้อนหลัง 6 ปีที่ผ่านมาว่าการเลือกหุ้นที่ถูกต้อง ทำให้กองทุนมีผลตอบแทนโดดเด่นกว่ากองทุนอื่นๆ

ทั้งนี้ ทาง Lombard Odier มีมุมมองเชิงบวกต่อหุ้นเอเชียในอีก 12 เดือนข้างหน้า จากปัจจัยสนับสนุนหลายประการ ได้แก่ หุ้นยังที่ยังราคาน่าสนใจ และมีอัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้นที่สูง รวมถึงหลายๆ ประเทศในเอเชียยังรับมือกับการระบาดของโรคโควิด 19 ได้ดี ทำให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจในเอเชียกลับมาได้เร็วกว่าประเทศอื่นๆ ไม่ว่าจะเทียบกับประเทศพัฒนาแล้ว หรือ ประเทศเกิดใหม่ในภูมิภาคอื่นๆ อย่างละตินอเมริกา และยุโรปตะวันออก

อย่างไรก็ตามตลาดหุ้นเอเชียยังคงมีปัจจัยเสี่ยง จากการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก โดยหลายประเทศได้เข้าสู่ภาวะเศรษฐกิจถดถอยแล้ว ซึ่งส่งผลกระทบต่อผลดำเนินงานของบริษัทในเอเชีย นอกจากนี้ประเด็นความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และจีนยังคงปกคลุมตลาด และมีแนวโน้มรุนแรงมากขึ้นในอีก 3-4 เดือนข้างหน้า ก่อนการเลือกตั้งสหรัฐฯ ซึ่งอาจทำให้ตลาดเอเชียมีความผันผวนเพิ่มขึ้น แต่ก็เป็นโอกาสในการเข้าลงทุนที่ดีเช่นกัน

สรุป 3 ประเด็นสำคัญที่ควรคำนึงถึงในการลงทุนในหุ้นเอเชีย ได้แก่

ความสำคัญของเอเชียที่สูงขึ้น ในปี 2010 เอเชียมีสัดส่วนเพียง 55% ของตลาดเกิดใหม่ แต่ในปัจจุบันมีสัดส่วนถึง 80% ด้วยความที่เอเชียเป็นภูมิภาคมีประชากรจำนวนมากที่สุดในโลกและจำนวนชนชั้นกลางก็สูงขึ้นต่อเนื่อง ทำให้เรามองว่าบทบาทความสำคัญของหุ้นเอเชียในตลาดหุ้นโลกจะสูงขึ้นต่อจากนี้ผลตอบแทนจากค่าเงิน ประเด็นค่าเงินเป็นอีกหนึ่งตัวแปรสำคัญสำหรับการลงทุนในบางประเทศในเอเชีย เช่น อินโดนีเซีย และอินเดีย ที่ผลกำไรหรือผลขาดทุนจากค่าเงินจะกระทบผลตอบแทนจากราคาหุ้นอย่างมีนัยสำคัญ ดังนั้นเรามีการพิจารณาอย่างรอบคอบโดยคำนึงถึงผลตอบแทนในรูปสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐฯ สำหรับนักลงทุนศักยภาพในการเติบโตของเอเชีย เอเชียเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของเศรษฐกิจโลกในอีก 5-10 ปีข้างหน้า โดยมีแรงหนุนจากจีนเป็นหลัก

ด้าน นางสาวศิริพร สุวรรณการ Financial Advisory Head Private Banking Group ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่าเศรษฐกิจทั่วโลกฟื้นตัวแบบ Nike-Shaped โดยฟื้นตัวได้ดีในช่วงแรก และการที่จะฟื้นตัวกลับไปถึงระดับก่อนการระบาดของโรคโควิด-19 นั้นมีความแตกต่างกันในแต่ละประเทศ ซึ่งหลายประเทศในเอเชียนั้นสามารถควบคุมโควิด-19 ได้ดี ทำให้เศรษฐกิจเริ่มฟื้นตัวก่อน นอกจากนี้ในระยะยาวภูมิภาคเอเชียจะมีบทบาทต่อการเติบโตของเศรษฐกิจโลกมากขึ้นเรื่อยๆ

ในภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว ทำให้ธนาคารกลางทั่วโลกผ่อนคลายนโยบายการเงินส่งผลให้ดอกเบี้ยต่ำทั่วโลก ดังนั้นหุ้นจึงเป็นส่วนสำคัญต่อพอร์ตการลงทุนในสภาวะดอกเบี้ยต่ำเช่นนี้ โดยต้องเลือกลงทุนในหุ้นกลุ่มผู้ชนะและหลีกเลี่ยงการลงทุนในหุ้นกลุ่มผู้แพ้ และหัวใจสำคัญของการบริหารการลงทุนนั้นต้องพิจารณาปัจจัยรอบด้านทั้งในเชิงคุณภาพ และตัวเลขทางการเงิน

KBank Private Banking แนะนำ กองทุน K Asia Controlled Volatility Fund (K-ASIACV) ที่บริหารโดย Morgan Stanley และ Lombard Odier ซึ่งเป็นกองทุนหุ้นเอเชียที่เน้นไปที่หุ้นขนาดใหญ่ที่เป็นผู้นำตลาด โดยแตกต่างกับ K-ASIA ที่มีอยู่ซึ่งเน้นลงทุนในหุ้นขนาดกลางและขนาดเล็ก และยังโดดเด่นกว่ากองทุนประเภทเดียวกันในตลาด KBank Private Banking เชื่อว่าภูมิภาคเอเชียจะเป็นแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลกในอนาคต ดังนั้นการลงทุนในหุ้นเอเชียจึงเป็นส่วนสำคัญในการสร้างผลตอบแทนให้แก่พอร์ตการลงทุน”

- Advertisment -

ข่าวน่าสนใจ

อัพเดตสถานการณ์โควิด19 ทั่วโลก ดับกว่า 8.4 แสนคน ติดเชื้อพุ่ง 24.5 ล้านราย

เว็บไชต์ Worldometers รายงานสถานการณ์ไวรัสโควิด-19 ประจำวันที่ 28 ส.ค. 63 (เวลา 06.00 น. ตามเวลาประเทศไทย) จำนวน 215 ประเทศทั่วโลก พบมีผู้ป่วยติดเชื้อ 24,584,850 ราย เพิ่มขึ้น 242,293 รายเสียชีวิต 834,441 ราย...

กรมบัญชีกลาง เพิ่มหลักเกณฑ์-วิธีปฏิบัติขอกันเงินงบฯปี 63 ไว้เบิกเหลื่อมปี มุ่งกระตุ้นเศรษฐกิจหลังโควิด-19

นายภูมิศักดิ์ อรัญญาเกษมสุข อธิบดีกรมบัญชีกลาง เปิดเผยว่า กรมบัญชีกลางได้รับมอบหมายจากกระทรวงการคลังให้ออกหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติในการขอกันเงินงบประมาณปี พ.ศ.2563 ไว้เบิกเหลื่อมปี ตามหนังสือกระทรวงการคลัง ด่วนที่สุด ที่ กค 0402.5/ว 135 ลงวันที่ 14 สิงหาคม 2563 แต่เนื่องจากผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 และพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2563 มีผลใช้บังคับล่าช้า...

ผู้บริหารทั่วโลก 75% พูดตรงกัน “ไบเดน” จะชนะเลือกตั้งปธน.สหรัฐปีนี้

ผลสำรวจไตรมาสล่าสุดบ่งชี้ว่า 75% ของผู้บริหารบริษัทภาครัฐและเอกชนขนาดใหญ่ทั่วโลกซึ่งเป็นสมาชิกของ CNBC Global CFO Council ต่างระบุเป็นเสียงเดียวกันว่า นายโจ ไบเดน ตัวแทนพรรคเดโมแครต จะชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐในเดือนพ.ย.นี้ ทั้งนี้ CNBC Global CFO Council ประกอบด้วยบริษัทสมาชิกภาครัฐและเอกชนที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของโลกซึ่งบริหารสินทรัพย์ที่มีมูลค่าตลาดมากกว่า 5...

สื่อนอกเผยจีนอัพเดทระเบียบส่งออกเทคโนโลยี คาดกระทบดีลขายกิจการ TikTok ในสหรัฐ

สำนักข่าวต่างประเทศหลายแห่งรายงานโดยอ้างข้อมูลจากหนังสือพิมพ์เดอะวอลล์สตรีทเจอร์นัลและเดอะนิวยอร์กไทมส์ว่า จีนได้มีการปรับปรุงระเบียบควบคุมการส่งออกเทคโนโลยีซึ่งอาจมีแอปพลิเคชันวิดีโอสั้นยอดนิยมของจีนอย่างติ๊กต็อก (TikTok) รวมอยู่ด้วย รายงานข่าวดังกล่าวมีขึ้น หลังก่อนหน้านี้ สำนักข่าวซินหัวรายงานโดยอ้างความคิดเห็นของศาสตราจารย์ท่านหนึ่งว่า ไบต์แดนซ์ (ByteDance) ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของติ๊กต็อก อาจต้องขอให้รัฐบาลจีนยินยอมก่อนที่จะขายธุรกิจของติ๊กต็อกในสหรัฐ โดยบริษัทอาจต้องระงับการเจรจาขายธุรกิจไปก่อน การที่รัฐบาลจีนรวมติ๊กต็อกเข้าไปในระเบียบควบคุมการส่งออกนั้น คาดว่าจะทำให้รัฐบาลจีนแทรกแซงการขายกิจการของติ๊กต็อกในสหรัฐได้