Saturday, September 25, 2021
Home สังคม อัพเดตสถานการณ์โควิด19

อัพเดตสถานการณ์โควิด19

เมื่อวันที่ 22 ก.ค. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้เป็นประธานการประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) หลังประชุม นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษก ศบค.แถลงว่า ที่ประชุมได้มีการรายงานการประเมินผลการดำเนินงานตามมาตรการผ่อนปรนระยะที่ 4 และ 5 ซึ่งพบว่า ระยะที่ 5 มีการกระทำความผิดเพิ่มขึ้น โดย พล.อ.ประยุทธ์ และคณะ มีความเห็นว่า จะต้องสร้างความร่วมมือให้มากขึ้น รวมถึงมีบทลงโทษ หากเกิดการฝ่าฝืน

นพ.ทวีศิลป์ กล่าวต่อไปว่า “มีการพิจารณาความเหมาะสมที่จะขยายระยะเวลาประกาสสถานการณ์ฉุกเฉินในทุกเขตท้องที่ทั่วราชอาณาจักร ท่านเลขาฯ สภาความมั่นคงแห่งชาติ รายงานว่า สถานการณ์การแพร่ระบาดฯ ในภาพรวมทั่วโลก ยังคงมีการระบาดที่รุนแรง อีกทั้งมีคนไทยจากต่างประเทศและชาวต่างชาติที่ได้รับการผ่อนผันเดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับจะมีการอนุญาตชาวต่างชาติเดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรเพิ่มเติม นอกจากนี้มาตรการผ่อนคลายภายในประเทสที่ดำเนินการอยู่ เป็นกิจกรรมที่มีความเสี่ยงสูงต่อการแพร่ระบาดของโรค จึงมีความจำเป็นต้องมีการกำกับดูแลโดยเจ้าหน้าที่รับอย่างเข้มงวดและต่อเนื่อง เพื่อเฝ้าระวังไม่ให้เกิดการระบาดของโรคภายในประเทศ จึงมีความจำเป็นในการขยายระยะเวลาการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน”

นอกจากนี้ที่ประชุม ศบค.ชุดใหญ่ยังมีความคืบหน้าในการจัดทำข้อตกลงพิเศษและมาตรการสำหรับบุคคลในคณะทูตหรือคณะกงสุล องค์การระหว่างประเทศ ผู้แทนรัฐบาล หน่วยงานของรัฐหรือต่างประเทศ ที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงการต่างประเทศ แบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือ 1.กลุ่มนักธุรกิจ/ผู้เชี่ยวชาญ 2.กลุ่มนักการทูต โดยเมื่อเข้ามาแล้ว จะต้องอยู่ในสถานกักกันโรคของรัฐ (State Quarantine)

ขณะที่กระทรวงแรงงานได้เสนอให้พิจารณาแนวทางและหลักเกณฑ์การอนุญาตแรงงานต่างด้าว 3 สัญชาติ คือ เมียนมา ลาว กัมพูชา เข้ามาในประเทศไทย เนื่องจากมีความต้องการแรงงานไร้ฝีมือ โดยแบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือ 1.กลุ่มที่มีใบอนุญาตทำงาน (Work permit) และมีวีซ่าอยู่แล้ว จำนวน 69,235 คน 2.กลุ่มที่ไม่มีใบอนุญาตทำงาน หรือไม่มีวีซ่า แต่ต้องการนำเข้ามาจำนวน 42,168 คน รวมทั้งสิ้นกว่าแสนคน เพื่อเข้ามาในธุรกิจโครงสร้างพื้นฐาน หรือก่อสร้าง และอุตสาหกรรมอาหาร โดยเสนอให้หน่วยงานหรือเจ้าของกิจการจัดสถานที่กักกันโรคฯ ในรูปแบบของ Organizational Quarantine ที่ให้คนกลุ่มนี้เข้าพักได้มากกว่า 1 คน/ห้อง โดยจะต้องมีการดูแลระบบควบคุมป้องกันการแพร่ระบาดของโรคได้ตามข้อกำหนดของ สธ. ซึ่งเป็นไปตามสถานกักกันโรคฯ แบบ State and Local Quarantine

ด้าน พล.อ.สมศักดิ์ รุ่งสิตา เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) กล่าวถึงเหตุผลของการขยายเวลา พ.ร.ก.ฉุกเฉินต่อไปอีก 1 เดือนว่า เนื่องจากเราต้องเปิดประเทศมากขึ้น “วันนี้ ศบค.มีความเห็นชอบหลายประการในการเปิดประเทศมากขึ้น โดยเฉพาะการรับแรงงานต่างด้าว การมีโปรแกรมด้านการท่องเที่ยวมากขึ้น การอนุญาตให้ชาวต่างชาติจัดการประชุมในประเทศไทย รวมถึงการถ่ายทำภาพยนตร์ในประเทศไทย ทั้งหมดนี้เป็นมาตรการเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ บนพื้นฐานความปลอดภัยด้านสาธารณสุข เครื่องมือเพียงอย่างเดียวที่จะประกันได้ว่า สิ่งที่เราอนุญาตหรือผ่อนคลายไปในเชิงธุรกิจ เศรษฐกิจจะถูกชั่งน้ำหนักโดยความปลอดภัยด้านสาธารณสุข เครื่องมืออย่างเดียวในขณะนี้ที่มีอยู่คือ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ จึงมีความจำเป็นต้องต่อไปอีก 1 เดือน โดยเฉพาะเป็นช่วงเปลี่ยนผ่านที่ยังไม่มีกฎหมายตัวอื่น”

พล.อ.สมศักดิ์ กล่าวด้วยว่า “การห้ามการชุมนุมจะไม่ปรากฏใน พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ที่จะต่อไปอีก 1 เดือน แต่การชุมนุมทางการเมืองจะต้องปฏิบัติตามกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องที่เป็นกฎหมายปกติ โดยจะมีการเสนอต่อคณะรัฐมนตรีในวันที่ 28 ก.ค.นี้ ในการต่อ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ อีก 1 เดือน โดยไม่มีการห้ามการชุมนุม เพื่อให้มั่นใจว่า ใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ใช้เพื่อประโยชน์ทางสาธารณสุขจริงๆ”

- Advertisment -

ข่าวน่าสนใจ

อัพเดตสถานการณ์โควิด19 ทั่วโลก ดับกว่า 8.4 แสนคน ติดเชื้อพุ่ง 24.5 ล้านราย

เว็บไชต์ Worldometers รายงานสถานการณ์ไวรัสโควิด-19 ประจำวันที่ 28 ส.ค. 63 (เวลา 06.00 น. ตามเวลาประเทศไทย) จำนวน 215 ประเทศทั่วโลก พบมีผู้ป่วยติดเชื้อ 24,584,850 ราย เพิ่มขึ้น 242,293 รายเสียชีวิต 834,441 ราย...

กรมบัญชีกลาง เพิ่มหลักเกณฑ์-วิธีปฏิบัติขอกันเงินงบฯปี 63 ไว้เบิกเหลื่อมปี มุ่งกระตุ้นเศรษฐกิจหลังโควิด-19

นายภูมิศักดิ์ อรัญญาเกษมสุข อธิบดีกรมบัญชีกลาง เปิดเผยว่า กรมบัญชีกลางได้รับมอบหมายจากกระทรวงการคลังให้ออกหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติในการขอกันเงินงบประมาณปี พ.ศ.2563 ไว้เบิกเหลื่อมปี ตามหนังสือกระทรวงการคลัง ด่วนที่สุด ที่ กค 0402.5/ว 135 ลงวันที่ 14 สิงหาคม 2563 แต่เนื่องจากผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 และพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2563 มีผลใช้บังคับล่าช้า...

ผู้บริหารทั่วโลก 75% พูดตรงกัน “ไบเดน” จะชนะเลือกตั้งปธน.สหรัฐปีนี้

ผลสำรวจไตรมาสล่าสุดบ่งชี้ว่า 75% ของผู้บริหารบริษัทภาครัฐและเอกชนขนาดใหญ่ทั่วโลกซึ่งเป็นสมาชิกของ CNBC Global CFO Council ต่างระบุเป็นเสียงเดียวกันว่า นายโจ ไบเดน ตัวแทนพรรคเดโมแครต จะชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐในเดือนพ.ย.นี้ ทั้งนี้ CNBC Global CFO Council ประกอบด้วยบริษัทสมาชิกภาครัฐและเอกชนที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของโลกซึ่งบริหารสินทรัพย์ที่มีมูลค่าตลาดมากกว่า 5...

สื่อนอกเผยจีนอัพเดทระเบียบส่งออกเทคโนโลยี คาดกระทบดีลขายกิจการ TikTok ในสหรัฐ

สำนักข่าวต่างประเทศหลายแห่งรายงานโดยอ้างข้อมูลจากหนังสือพิมพ์เดอะวอลล์สตรีทเจอร์นัลและเดอะนิวยอร์กไทมส์ว่า จีนได้มีการปรับปรุงระเบียบควบคุมการส่งออกเทคโนโลยีซึ่งอาจมีแอปพลิเคชันวิดีโอสั้นยอดนิยมของจีนอย่างติ๊กต็อก (TikTok) รวมอยู่ด้วย รายงานข่าวดังกล่าวมีขึ้น หลังก่อนหน้านี้ สำนักข่าวซินหัวรายงานโดยอ้างความคิดเห็นของศาสตราจารย์ท่านหนึ่งว่า ไบต์แดนซ์ (ByteDance) ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของติ๊กต็อก อาจต้องขอให้รัฐบาลจีนยินยอมก่อนที่จะขายธุรกิจของติ๊กต็อกในสหรัฐ โดยบริษัทอาจต้องระงับการเจรจาขายธุรกิจไปก่อน การที่รัฐบาลจีนรวมติ๊กต็อกเข้าไปในระเบียบควบคุมการส่งออกนั้น คาดว่าจะทำให้รัฐบาลจีนแทรกแซงการขายกิจการของติ๊กต็อกในสหรัฐได้