Wednesday, April 21, 2021
Home สาระน่ารู้ 3 แว่นอัจฉริยะ สุดยอดนวัตกรรม เพื่อ ผู้พิการทางสายตา

3 แว่นอัจฉริยะ สุดยอดนวัตกรรม เพื่อ ผู้พิการทางสายตา

1. “ PMK Glasses Navigator” แว่นตานำทางให้ผู้ป่วยทางสายตา นำร่องใช้กับทหารใต้ที่ได้รับบาดเจ็บจนสูญเสียการมองเห็น ได้ผลดีเกินคาด โดยอุปกรณ์มีขนาดกะทัดรัด พกพาได้สะดวก ต้นทุนการผลิตชุดละ 5,000-6,000 บาท ทำให้ผู้ที่มองไม่เห็นกลับมาใช้ชีวิตประจำวันได้ง่ายขึ้น

นักวิจัยไทยเก่งไม่แพ้ใคร คิดค้นนวัตกรรมแว่นตานำทางผู้ป่วยทางสายตา โดยผู้สื่อข่าวรายงานเมื่อวันที่ 8 ต.ค. จากการเปิดเผยของ พ.อ.นพ.อารมย์ ขุนภาษี ผู้อำนวยการกองเวชศาสตร์ฟื้นฟู โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า ว่า เนื่องจากโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้ามีทหารที่ได้รับบาดเจ็บบริเวณศีรษะและใบหน้าในบางราย นอกจากบาดเจ็บทางสมองแล้วอาจสูญเสียการมองเห็น ดังนั้น ตนจึงร่วมกับคณะนักวิจัยจากสถาบันต่างๆ ประกอบด้วย นายเดชฤทธิ์ มณีธรรม หัวหน้าสาขาวิศวกรรมแมคคาทรอนิกส์ คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ธัญบุรี นางสาวเบญจลักษณ์ เมืองมีศรี มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ และ พ.อ.นพ.สุธี พานิชกุล ผู้ช่วย ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนานวัตกรรมและสิ่งประดิษฐ์ วิทยาลัยแพทยศาสตร์พระมงกุฎเกล้า คิดค้นนวัตกรรม “ PMK Glasses Navigator” แว่นตานำทางให้ผู้ป่วยทางสายตาขึ้น ซึ่งแว่นตาดังกล่าวจะมีประโยชน์ช่วยพัฒนาทักษะด้านการเดิน เช่น ช่วยฝึกเดินหลบหลีกสิ่งกีดขวาง ซึ่งผู้ป่วยทางสายตาที่ไม่ได้พิการมาแต่กำเนิด อุปกรณ์แว่นตานำทางจะช่วยอำนวยความสะดวกในการเดินและการใช้ชีวิตประจำวันได้เป็นอย่างดี

ด้านนายเดชฤทธิ์ซึ่งเป็นผู้ออกแบบแว่นตานำทาง “ PMK Glasses Navigator” กล่าวว่าแว่นตานำทางชิ้นนี้ประกอบด้วย 2 ส่วนสำคัญ ส่วนแรกเป็นโครงสร้าง หรือฮาร์ดแวร์ ประกอบด้วยกล่องพลาสติกแบบสี่เหลี่ยม ไมโครคอนโทรลเลอร์ ชุดตรวจจับและวัดระยะทางด้วยคลื่นอัลตราโซนิค ชุดบันทึกเสียง แบตเตอรี่ ขนาด 9 โวลต์ ส่วนที่สองจะเป็นซอฟต์แวร์ โดยใช้ภาษาซีในการเขียนควบคุมการทำงานทั้งระบบ ทั้งนี้ หลักการทำงานผู้ป่วยสวมแว่นตานำทาง เมื่อเคลื่อนไหวตนเองด้วยการเดิน เจอสิ่งกีดขวาง คลื่นอัลตราโซนิคจะตรวจจับและวัดสัญญาณสะท้อนกลับมาพร้อมกับมีเสียงบอกระยะ เพื่อให้ผู้ป่วยได้ยินเสียงและสามารถรับรู้ถึงสิ่งกีดขวางด้านหน้าว่าอยู่ที่ระยะเท่าไรจะได้หลบหลีกได้ ซึ่งแว่นตานำทางนี้สามารถวัดระยะได้ไกลถึง 2 เมตร น้ำหนักประมาณ 0.2 กิโลกรัม สำหรับระยะเวลาในการใช้งานขึ้นอยู่กับผู้ป่วย โดยแบตเตอรี่ขนาด 9 โวลต์ อยู่ได้ประมาณ 2 เดือน สำหรับผู้ป่วยที่อยู่ที่บ้านสามารถเลือกใช้กล่องนำทางขนาดเล็กได้ โดยกล่องนำทางขนาดเล็กนี้จะเหมาะสำหรับผู้ป่วยทางสายตาที่อยู่บ้านไม่ต้องสวมแว่นตา สามารถถือกล่องนำทางขนาดเล็กไว้ด้านหน้า พร้อมกับกดปุ่มทุกครั้งที่ต้องการวัดระยะทาง ทำให้ผู้ป่วย สามารถได้ยินเสียงและรู้ระยะทางว่ามีสิ่งกีดขวางภายในบ้านได้ สำหรับแว่นตานำทางและกล่องนำทางนี้ ทางคณะผู้วิจัยได้เริ่มนำไปใช้กับผู้ป่วยโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้าแล้ว ซึ่งต้นทุนในการผลิตชุดละประมาณ 5,000-6,000 บาท ผู้สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 08- 6882-1475

ทั้งนี้ สิบเอกวชิรศักดิ์ พินิจภาสกร ซึ่งประสบอุบัติเหตุจากการเก็บกู้ระเบิดในพื้นที่จังหวัดชายแดน ภาคใต้จนตาบอดทั้งสองข้าง กล่าวว่า เมื่อเข้ารักษาและฟื้นฟูที่โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า ทางคณะผู้วิจัยจึงคิดค้นนวัตกรรมเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้ป่วย เนื่องจากตนไม่ได้เป็นมาแต่กำเนิด หลังการนำเครื่องมือเข้ามาช่วยทำให้ตนมีความสะดวก สบายในการใช้ชีวิตประจำวันมากขึ้น เวลาจะเดินไปไหนทำให้รู้ระยะว่าข้างหน้ามีสิ่งกีดขวางอะไรหรือไม่ ช่วยป้องกันไม่ให้ตนเดินชน  ลดการเกิดอุบัติเหตุที่อาจจะตามมาได้

2.Vue แว่นแห่งอนาคต

 แว่นตาอัจฉริยะ หรือ Smart glass นั้นมีวางขายตามท้องตลาดทั่วไปมาสักพักแล้ว แต่ดีไซน์ของมันค่อนข้างเทอะทะ ไม่สวยงาม และบางครั้งก็ทำให้ผู้สวมใส่ดูแปลกประหลาด แต่ Vue หรือแว่นอัจฉริยะรุ่นใหม่ล่าสุดนี้มีดีไซน์ที่เรียบง่ายเหมือนแว่นตาทั่วไป ทำให้ผู้สวมใส่ไม่รู้สึกแปลกแต่อย่างใดซ้ำยังรู้สึกเท่อีกด้วย

Vue (วิว) แว่นตาอัจฉริยะรุ่นนี้ถูกดีไซน์ออกมาให้มีรูปลักษณ์เหมือนแว่นตาทั่วไป และสำหรับฟังก์ชันแรกที่เราจะแนะนำเลยคือหูฟัง ซึ่งสิ่งที่ทำให้ Vue แตกต่างจากหูฟังธรรมดาอื่นๆ คือหูฟังทั่วไปจะส่งผ่านเสียงเพลงผ่านทางอากาศ และผู้ใช้เองก็ต้องเสียบเข้าหูทำให้เกิดความรำคาญได้ แต่หูฟังของเจ้า Vue นั้นอยู่ตรงขาแว่นและส่งผ่านเสียงเพลงทางการสั่น หรือ Vibration ส่งเข้าสู่หูชั้นในโดยตรง ทำให้มีแต่ผู้ใช้เท่านั้นที่ได้ยินเสียงนี้ และไม่ก่อให้เกิดความรำคาญแก่คนรอบข้างแต่อย่างใด ส่วนระบบการสั่งงานของเจ้า Vue คือระบบสัมผัส

Vue มีฟังก์ชันที่เรียกว่า Open Ear Design ซึ่งจะทำให้ผู้ใช้งานรับรู้ถึงสภาพรอบข้างแม้จะฟังเพลงดังสนั่นหวั่นไหวแค่ไหนก็ตาม ทั้งนี้เพื่อป้องกันอุบัติเหตุที่จะเกิดกับผู้ใช้ได้ ส่วนดีไซน์และรูปทรงของมันถูกออกแบบให้เข้ากับทุกรสนิยมของผู้ใช้ ทั้งผู้ใช้ที่มีปัญหาสายตาจริง ผู้ที่ใช้แว่นกันแดด หรือ ฮิปสเตอร์ทั้งหลายที่ชื่นชอบการใส่แว่นแฟชั่นก็สามารถใส่ได้ไม่มีปัญหา และด้วยความที่ตัวมันเองก็มีน้ำหนักเพียง 28 กรัม ทำให้ผู้สวมใส่รู้สึกเบาสบาย

Vue นั้นมีแอปพลิเคชั่นในมือถือ ซึ่งผู้ใช้งานสามารถสั่งงานได้ผ่านทาง Bluetooth ซึ่ง Vue นั้นแทบจะทำงานแทนมือถือเลย เช่นเราสามารถรับสายได้เพียงแค่แตะเบาๆ ที่ขาแว่นและพูดโต้ตอบกับคู่สนทนาได้เลย เพราะมันมีไมโครโฟนติดตั้งในตัวเรียบร้อยแล้ว และไม่ว่าคุณจะไปที่ไหนก็ไม่ต้องกลัวหลงทาง เพราะมันสามารถนำทางด้วยระบบ GPS ให้เราได้ด้วย หรือจะเลือกเล่นเพลงโปรดก็ได้ตามใจชอบ เพียงแค่แตะเบาๆ ที่ขาแว่นเท่านั้น

Vue นั้นยังมีฟังก์ชั่นที่เป็นประโยชน์ต่อสุขภาพของเราอีกด้วย เพราะผู้ใช้สามารถสวมใส่ไปเล่นกีฬาได้เพราะมันมีคุณสมบัติกันน้ำและกันเหงื่อ อีกทั้งยังสามารถติดตามกิจกรรมของร่างกายเราได้อีกด้วย เพราะมันยังบอกได้ว่าวันนี้เราวิ่งไปแล้วกี่ก้าวแล้วหรือเผาผลาญแคลอรี่ไปแล้วกี่กิโลกรัม หรือหากคุณนั่งนิ่งอยู่กับที่นานเกินไป มันยังเตือนเราให้ขยับเขยื้อนตัวอีกต่างหาก

ฟังก์ชันอื่นๆ ที่น่าสนใจได้แก่เมื่อผู้ใช้อยากจะใช้มันในการถ่ายรูป ก็เพียงแค่แตะค้างไว้ที่ขาแว่น และหากอยากรู้เวลาก็แตะเบาๆสองทีติดกัน และหากเผลอทำเจ้า Vue หายเราก็ยังมีแอปพลิเคชั่นไว้ตามหาอีกด้วย

Vue มีสองดีไซน์ให้เลือก ทั้งแบบ Classic และ Trendy และที่ชาร์จแบทเตอรี่ก็ถูกออกแบบมาให้เหมือนกับกล่องใส่แว่น เพียงแค่วางไว้เฉยๆ ก็ชาร์จแบทได้เต็มให้ใช้งานได้ยาวนานถึง 1 สัปดาห์แล้ว

3.brainport “เบรน พอร์ท”  เป็นแว่นตาช่วยในการมองเห็นที่ที่ถูกพัฒนาขึ้นโดยบริษัทชื่อ wicab  และได้ผ่านการอนุมัติจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา หรือ FDA แล้ว

แว่นตา brainport นี้จะประกอบไปด้วยกล้องตรงกลางสำหรับจับภาพ และมีสายเชื่อมต่อที่มีเซ็นเซอร์ขั้วไฟฟ้า 400 ขั้วสำหรับการกระตุ้นไฟฟ้าที่ลิ้น  โดยเมื่อกล้องจับภาพที่ผู้สวมใส่มองเห็นแล้ว มันจะส่งสัญญาณไปที่สายเชื่อมต่อนี้เพื่อแปลงสัญญาณให้เป็นไฟฟ้า จากนั้นก็กระตุ้นไฟฟ้าไปที่ลิ้นเพื่อรับรสชาติ มาถึงตรงนี้หลายคนอาจจะงงว่าลิ้นรับรสชาติแล้วมองเห็นได้อย่างไร

โรเบิร์ต เบ็คแมน ผู้บริหารระดับสูงของ wicab  อธิบายง่ายๆว่า ที่จริงแล้วคนเราไม่ได้มองเห็นได้ด้วยตา แต่ด้วยสมอง ตานั้นเปรียบเสมือนกล้องที่ใช้ในการจับภาพแล้วส่งสัญญาณไปที่สมอง  เพื่อแปลภาพเท่านั้น เช่นเดียวกันกับลิ้นที่เวลารับรสแล้วจะส่งสัญญาณไปที่สมองว่าสิ่งที่เรากินไปนั้นมีรสอย่างไร ดังนั้นเมื่อเราสูญเสียความสามารถของดวงตาไป กล้องของ brainport จึงทำหน้าที่ในการจับภาพและลิ้นจึงกลายเป็นตัวส่งสัญญาณจากการถูกกระตุ้นด้วยไฟฟ้าไปที่สมอง เพื่อให้สมองแปลภาพให้ผู้สวมใส่เห็นว่าสิ่งที่อยู่ตรงหน้านั้นมีอะไรบ้าง แต่ผู้สวมใส่เองก็ต้องเรียนรู้และฝึกฝนการใช้แว่นนี้สักระยะก่อน ไม่ใช่ว่าใส่แล้วจะสามารถมองเห็นได้เลยในทันที

แว่น brainport นี้มีกำหนดการว่าจะวางจำหน่ายจริงในไม่ช้า และมีการตั้งราคาไว้ที่ 1 หมื่นเหรียญสหรัฐ หรือราวๆ 3 แสน 3 หมื่น 5 พันบาท

- Advertisment -

ข่าวน่าสนใจ

อัพเดตสถานการณ์โควิด19 ทั่วโลก ดับกว่า 8.4 แสนคน ติดเชื้อพุ่ง 24.5 ล้านราย

เว็บไชต์ Worldometers รายงานสถานการณ์ไวรัสโควิด-19 ประจำวันที่ 28 ส.ค. 63 (เวลา 06.00 น. ตามเวลาประเทศไทย) จำนวน 215 ประเทศทั่วโลก พบมีผู้ป่วยติดเชื้อ 24,584,850 ราย เพิ่มขึ้น 242,293 รายเสียชีวิต 834,441 ราย...

กรมบัญชีกลาง เพิ่มหลักเกณฑ์-วิธีปฏิบัติขอกันเงินงบฯปี 63 ไว้เบิกเหลื่อมปี มุ่งกระตุ้นเศรษฐกิจหลังโควิด-19

นายภูมิศักดิ์ อรัญญาเกษมสุข อธิบดีกรมบัญชีกลาง เปิดเผยว่า กรมบัญชีกลางได้รับมอบหมายจากกระทรวงการคลังให้ออกหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติในการขอกันเงินงบประมาณปี พ.ศ.2563 ไว้เบิกเหลื่อมปี ตามหนังสือกระทรวงการคลัง ด่วนที่สุด ที่ กค 0402.5/ว 135 ลงวันที่ 14 สิงหาคม 2563 แต่เนื่องจากผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 และพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2563 มีผลใช้บังคับล่าช้า...

ผู้บริหารทั่วโลก 75% พูดตรงกัน “ไบเดน” จะชนะเลือกตั้งปธน.สหรัฐปีนี้

ผลสำรวจไตรมาสล่าสุดบ่งชี้ว่า 75% ของผู้บริหารบริษัทภาครัฐและเอกชนขนาดใหญ่ทั่วโลกซึ่งเป็นสมาชิกของ CNBC Global CFO Council ต่างระบุเป็นเสียงเดียวกันว่า นายโจ ไบเดน ตัวแทนพรรคเดโมแครต จะชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐในเดือนพ.ย.นี้ ทั้งนี้ CNBC Global CFO Council ประกอบด้วยบริษัทสมาชิกภาครัฐและเอกชนที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของโลกซึ่งบริหารสินทรัพย์ที่มีมูลค่าตลาดมากกว่า 5...

สื่อนอกเผยจีนอัพเดทระเบียบส่งออกเทคโนโลยี คาดกระทบดีลขายกิจการ TikTok ในสหรัฐ

สำนักข่าวต่างประเทศหลายแห่งรายงานโดยอ้างข้อมูลจากหนังสือพิมพ์เดอะวอลล์สตรีทเจอร์นัลและเดอะนิวยอร์กไทมส์ว่า จีนได้มีการปรับปรุงระเบียบควบคุมการส่งออกเทคโนโลยีซึ่งอาจมีแอปพลิเคชันวิดีโอสั้นยอดนิยมของจีนอย่างติ๊กต็อก (TikTok) รวมอยู่ด้วย รายงานข่าวดังกล่าวมีขึ้น หลังก่อนหน้านี้ สำนักข่าวซินหัวรายงานโดยอ้างความคิดเห็นของศาสตราจารย์ท่านหนึ่งว่า ไบต์แดนซ์ (ByteDance) ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของติ๊กต็อก อาจต้องขอให้รัฐบาลจีนยินยอมก่อนที่จะขายธุรกิจของติ๊กต็อกในสหรัฐ โดยบริษัทอาจต้องระงับการเจรจาขายธุรกิจไปก่อน การที่รัฐบาลจีนรวมติ๊กต็อกเข้าไปในระเบียบควบคุมการส่งออกนั้น คาดว่าจะทำให้รัฐบาลจีนแทรกแซงการขายกิจการของติ๊กต็อกในสหรัฐได้